การวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มีความเบาหรือความไม่ชัดเจนในระยะแรก ผู้ป่วยมักจะไม่ให้ความสนใจ และถูกวินิฉัยผิดพลาดอย่างง่าย ดังนั้น ผู้ป่วยวัยกลางคน (อายุ ๔๐-๕๐) ต้องระมัดระวังยิ่งขึ้น ถ้าหากพบอาการดังต่อไปนี้ ๑) มีการเปลี่ยนแปลงความเคยชินในการถ่ายอุจจาระ (เช่น อาการท้องผูก ท้องร่วง หรือการถ่ายแบบลำบากและไม่คล่องตัว) ไม่สบายท้องอย่างต่อเนื่อง และมีความรู้สึกเจ็บและบวมในท้อง ๒) อุจจาระเหลว หรือมีเลือดและน้ำเมือกติดอยู่ข้างบน ๓) มีผลบวกทางการตรวจหาเลือดในอุจจาระอย่างต่อเนื่อง ๔) มีอาการเลือดจาง อ่อนเพลีย หรือลดน้ำหนักโดยไม่มีเหตุผล ๕) ค้นพบและสามารถสัมผัสกับก้อนเนื้อเล็กๆ อยู่ตรงบริเวณส่วนท้อง

อาการมะเร็งลำไส้

เมื่อเกิดอาการสงสัยดังกล่าวข้างต้น นอกเหนือสอบถามประวัติการเป็นโรคและตรวจสอบร่างกายของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังควรดำเนินการตรวจสอบอย่างครบวงจร เพื่อมีความถูกต้องในการวินิฉัยโรคมะเร็งของลำไส้ใหญ่

วิธีการวินิฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ทั่วไป

๑.การตรวจสารบ่งบอกมะเร็งลำไส้ใหญ่ (CEA): สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่มีความจำเพาะ (specificity) ในการทดสอบนั้น แต่เมื่อมีผล CEA สูงขึ้น มักจะผูกพันกับความเติบโตของเนื้องอก หลังจากผ่าตัดเนื้องอกไปแล้ว ผลตรวจ CEA จะกลับมาสู่สภาพปกติ แต่ถ้ามะเร็งมีความกำเริบอีกครั้ง ผลตรวจ CEA ก็จะสูงขึ้นใหม่ ฉะนั้น  การตรวจสารบ่งบอกมะเร็งลำไส้ใหญ่ (CEA) เป็นวิธีการทั่วไป ซึ่งสามารถช่วยประเมินทิศทางการพัฒนาของโรค ควมคุมเฝ้าติตตามประสิทธิภาพในการรักษา และการกำเริบของโรค

๒. การตรวจด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ ซีที หรือเรโซแนนซ์แม่เหล็ก (MRI): วิธีการตรวจสอบประเภทนี้ ไม่สามารถวินิฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยตรง แต่สามารถช่วยชี้บอกขนาด สถานที่เกิด และความสัมพันธ์กับอวัยวะที่อยู่รอบเนื้องอก และช่วยวินิฉัยสถานการณ์การรามไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรือตับ วิธีการตรวจสอบประเภทนี้เหมาะสำหรับตรวจดูระดับความพึ่งพาระหว่างเนื้องอกกับลำไส้ และมีความลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะที่อื่นหรือไม่ เป็นวิธีการมักใช้ในระยะก่อนหรือหลังการผ่าตัด

๓. การตรวจอุจจาระ: อุจจาระของผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มักมีผลตรวจดัชนีชี้วัดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (M2-PK) สูงกว่าคนปกติ 14 เท่า ฉะนั้น การตรวจ M2-PK ในอุจจาระ กลายเป็นวิธีใหม่วิธีหนึ่งที่ช่วยวินิฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

๔. การตรวจด้วยเอกซเรย์: วิธีการตรวจสอบประเภทนี้รวมวิธีถ่ายภาพรังสีของกระเพาะอาหารขณะกลืนแป้ง (Barium Meal) และภาพลำไส้สวนด้วยแป้งแบเรี่ยม สามารถตรวจดูสภาพลำไส้ใหญ่มีติ่งเนื้อและจุดที่เกิดก้อนเนื้องอก (Multiple Node) หรือไม่ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญอีกหลักฐานหนึ่งก่อนการผ่าตัด มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เกิดขึ้นในระยะแรก มักจะมีปรากฏการณ์ผนังลำไส้แข็ง เยื่อเหนียวไม่สมบูรณ์ และยังสามารถมองเห็นความขาดแคลนตรงสถานที่สวนแป้งแบเรี่ยมหรือความคับแคบของช่องลำไส้ เป็นต้น นอกจากนี้ วิธีการตรวจด้วยสวนแป้งแบเรี่ยมและใส่ลม (Double Contrast of Air and Barium) ก็เป็นวิธีการอีกวิธีหนึ่งที่มีผลประโยชน์ต่อการวินิฉัยอย่างมาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ของโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กวางโจว ขอเตือนท่านว่า ถ้าท่านค้นพบโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว ควรตรวจสอบอย่างละเอียด และให้การรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งเต้านม
มะเร็งปอด
มะเร็งตับ
มะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งกระดูก
มะเร็งผิวหนัง
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งตับอ่อน
มะเร็งหลอดอาหาร
มะเร็งสมอง
มะเร็งช่องปาก
มะเร็งท่อน้ำดี
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
มะเร็งคอ
มะเร็งถุงน้ำดี
มะเร็งช่องคลอด
มะเร็งองคชาติ
มะเร็งกระดูกสันหลัง
มะเร็งลำไส้
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
มะเร็งโพรงจมูก
มะเร็งลำไส้เล็ก
มะเร็งไต
มะเร็งทวารหนัก
มะเร็งอัณฑะ
มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Multiple myeloma
มะเร็งต่อมหมวกไต
มะเร็งตา
โรคมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน
มะเร็งลิ้น
มะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งรังไข่
มะเร็งต่อมไทรอยด์
อาการโรคมะเร็ง การวินิจฉัยโรคมะเร็ง การรักษาโรคมะเร็ง
ผู้สื่อข่าวสำนักพิมพ์ไทยรัฐประเทศไทย เดินทางไปสัมภาษณ์โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวถึงเมืองกวางเจา และเห
โครงการ 2,000,000 บาท ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งของมูลนิธิบ่ออ้าย (ประเทศไทย)
งานมอบรางวัล “ผู้กล้าสู้มะเร็งประจำเดือนมีนาคม”
ผู้บริหารของโรงพยาบาลเราได้พบคุณห่าวซีซานสมาชิกสถาบันด้านวิศวกรรมแห่งประเทศจีน เพื่อเสาะหาความร่วมมือและการพัฒนา
กลุ่ม MDT ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีสุขภาพที่แข็งแรงและกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง
นำโรงพยาบาลเข้าสู่มาตรฐาน JCI ยกระดับให้โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว
สุขไปกับชีวิตสายการแพทย์ เติมเต็มคุณค่าของชีวิต
การฝังแร่ไอโอดีน เสียงสวรรค์ของผู้ป่วยมะเร็ง --การประชุมใหญ่ด้านเทคโนโลยีการรักษามะเร็งด้วยการฝังแร่ไอโอดีนครั้งที่ 13 ณ ประเทศจีน