มะเร็งตับอ่อน

โรคมะเร็งตับอ่อนคืออะไร?

ตับอ่อนมีหน้าที่อยู่สองประการคือ ผลิตสารคัดหลั่งของต่อมไร้ท่อกับผลิตสารคัดหลั่งของต่อมมีท่อ มะเร็งที่มาจากเซลล์สารคัดหลั่งของต่อมไร้ท่อเรียกว่า Neuroendocrine tumor ค่อนข้างพบเห็นได้น้อย ซึ่งSteve Jobs ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งชนิดนี้ ส่วนใหญ่ Neuroendocrine tumor จะมีระดับความร้ายแรงค่อนข้างต่ำ ระยะอาการค่อนข้างนาน วิธีการรักษาก็จะแตกต่างกับมะเร็งตับอ่อนที่พบเห็นโดยทั่วไปอยู่บ้าง ส่วนมะเร็งที่มาจากเซลล์สารคัดหลั่งของต่อมมีท่อ ก็คือมะเร็งตับอ่อนที่พวกเราพูดถึงกันอยู่บ่อยๆ โดยเป็นมะเร็งที่มีระดับความร้ายแรงค่อนข้างสูง

อัตราการเกิดโรคมะเร็งตับอ่อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะเกิดกับบุคคลในวัยกลางคนและวัยสูงอายุ เกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่จะอยู่ในอายุระหว่าง 40 – 65 ปี แต่ไม่กี่ปีมานี้มีแนวโน้มเกิดกับบุคคลในวัยหนุ่มสาว ความร้ายแรงของโรคมะเร็งตับอ่อนนั้นสูงมาก ตั้งแต่พบอาการของโรคจนถึงเสียชีวิตนั้นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 5 เดือนเท่านั้น และประมาณ 5% ของผู้ป่วยเท่านั้นที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงห้าปี จึงเรียกได้ว่าเป็น “ ราชามะเร็ง” เลยทีเดียว และในจำนวนนั้นมีผู้ป่วยเพียง 15% - 20% ที่สามารถรับการรักษาโดยการผ่าตัดได้ ซึ่ง 40% ของผู้ป่วยที่รับการรักษาโดยการผ่าตัดก็พบว่ามีอาการลุกลามแล้ว หลังจากการผ่าตัดมีเพียง10% ของผู้ป่วยเท่านั้นที่สามารถมีชีวิตรอด

แต่จากเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรูปแบบการรักษาแบบใหม่มากมายที่ถูกนำมาใช้ จึงนำความหวังที่จะมีชีวิตรอดมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนมากขึ้น

ทำไมถึงเป็นโรคมะเร็งตับอ่อน?

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งตับอ่อนนั้น ปัจจุบันยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่จากการวิจัยสามารถบอกได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยดังต่อไปนี้

1. การสูบบุหรี่ ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับอ่อนของผู้ที่สูบบุหรี่จะมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึงสามเท่า

2. การทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมันและความร้อนสูง : Luciano Pavarotti นักร้องเสียงสูงผู้มีชื่อเสียงชาวอิตาลี และเสิ่นเตี้ยนเสีย นักแสดงชาวฮ่องกงก็เป็นโรคมะเร็งตับอ่อนเพราะการทานอาหารทั้งสามประเภทนี้

3.โรคเบาหวาน : ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นมะเร็งตับอ่อนได้ง่าย

4.ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง : ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังนั้นสามารถพัฒนาเป็นมะเร็งตับอ่อนได้ 

มะเร็งตับอ่อน


กลุ่มคนที่เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนสูง

1. ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี รูปร่างค่อนข้างอ้วน และมีพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ไม่ค่อยดีนัก เช่น ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ชอบทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมันสูงและความร้อนสูง เป็นต้น

2. เมื่อทานอาหารที่มันเลี่ยนจะท้องเสีย โดยเฉพาะผู้ที่ถ่ายออกมาแล้วพบว่ามีชั้นของไขมัน ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าสมรรถนะของสารคัดหลั่งของต่อมมีท่อในตับอ่อนถูกทำลายแล้ว

3. คนวัยหนุ่มสาวที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน แต่กลับเป็นโรคเบาหวานขึ้นมากะทันหัน เพราะการที่เป็นโรคเบาหวานขึ้นมากะทันหันนั้น ก็อาจเป็นอาการเตือนล่วงหน้าของโรคมะเร็งตับอ่อนได้ และผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมามากกว่าห้าปี จะมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนมากกว่าคนทั่วไป 1.2 เท่า

อาการของโรคมะเร็งตับอ่อน

1. มีอาการเจ็บปวดท้องด้านบนและรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เบาบ้างหนักบ้าง ปวดบ้างไม่ปวดบ้าง แต่อาการจะชัดเจนมากตอนกลางคืน

2. มีอาการดีซ่าน แต่ไม่มีนิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น

3. น้ำหนักลดลงอย่างชัดเจน ผู้ป่วยโรคกระเพาะก็น้ำหนักลดลงได้เช่นกัน เพราะมีปัญหาในการย่อยและดูดซึมอาหาร แต่จะไม่ชัดเจนเท่ามะเร็งตับอ่อน

4. ระยะนี้มีอาการถ่ายอุจจาระเป็นไขมันหรือโรคเบาหวานหนักขึ้น

มะเร็งตับอ่อนในระยะแรกสามารถรักษาโดยการผ่าตัดได้ อัตราการรอดชีวิต 5 ปี มีถึง 70% - 100% เมื่อเปรียบเทียบกับมะเร็งตับอ่อนที่มีการพัฒนาแล้วพบว่า ผลการรักษาของทั้งสองแบบจะมีความแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้น เมื่อพบว่ามีอาการของโรคนี้ก็ควรไปตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและรับการรักษาจากโรงพยาบาลทันที

การตรวจคัดกรองมะเร็งตับอ่อน

โดยทั่วไปแล้ว สำหรับผู้ที่สงสัยว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งตับอ่อน ควรเลือกวิธีตรวจคัดกรองแบบไม่เกิดบาดแผลก่อน เช่น การตรวจหาสารก่อมะเร็งจากเซรุ่มและการตรวจตัวอย่างอุจจาระ เป็นต้น จากนั้นผู้ที่น่าสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งตับอ่อนก็สามารถตรวจวินิจฉัยมะเร็งตับอ่อนในขั้นตอนต่อไป

การวินิจฉัยมะเร็งตับอ่อน

การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งตับอ่อน

1. การตรวจอัลตราซาวด์ : สามารถแสดงโครงสร้างภายในของตับอ่อนและท่อน้ำดีว่ามีการอุดตันหรือไม่

2. การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) : การสแกนด้วย CT สามารถแสดงให้เห็นขนาดของจุดเกิดโรค ตำแหน่ง แต่ยังไม่สามารถตรวจวินิจฉัยได้แน่นอน แต่ถ้าสแกนเพิ่มก็สามารถเห็นถึงขนาด ตำแหน่ง รูปร่าง โครงสร้างภายใน และความสัมพันธ์กับโครงสร้างโดยรอบของตับอ่อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ CT ยังสามารถวินิจฉัยได้ค่อนข้างชัดว่ามีการลุกลามไปยังตับและต่อมน้ำเหลืองหรือไม่

3. การตรวจเอ็กซ์เรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และการตรวจท่อทางเดินน้ำดีและถุงน้ำดี (MRCP) : เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์บางอย่างที่ยากต่อการวินิจฉัย ก็สามารถใช้การตรวจ CT เป็นพื้นฐานบวกกับการตรวจ MRI เพื่อทดแทนส่วนที่ CT ไม่มี

การแบ่งระยะของโรคมะเร็งตับอ่อน

ระยะ1 : มะเร็งอยู่แค่ภายในตับอ่อน อัตราการรอดชีวิต 5 ปี ประมาณ 30%

ระยะ2 : มะเร็งลุกลามไปเนื้อเยื่อใกล้เคียง เช่น ผนังลำไส้เล็กส่วนต้น อัตราการรอดชีวิต 5 ปี ประมาณ 10%

ระยะ3 : มีการลุกลามไปบริเวณต่อมน้ำเหลือง ระยะเวลาการมีชีวิตอยู่ประมาณ 8-12 เดือน

ระยะ4 : มีการลุกลามไปยังตับและอวัยวะที่อยู่ไกล ระยะเวลาการมีชีวิตอยู่ประมาณ 3-6 เดือน

วิธีการรักษาโรคมะเร็งตับอ่อน

1. การรักษาโดยการผ่าตัด : การผ่าตัดหัวของตับอ่อนและลำไส้เล็กส่วนต้น การผ่าตัดหัวของตับอ่อนและลำไส้เล็กส่วนต้น โดยเหลือกระเพาะอาหารส่วนปลายไว้ การผ่าตัดตับอ่อนทิ้งทั้งหมด การผ่าตัดส่วนครึ่งซีกซ้ายของตับอ่อน เป็นต้น

2. การรักษาแบบบูรณาการ : เป็นการรักษาโดยเน้นศัลยกรรมผ่าตัดเป็นหลัก การฉายรังสีและเคมีบำบัดเป็นวิธีรอง

3. การรักษาโดยแพทย์แผนจีน : เป็นการรักษาแบบทานยาและให้ยาเข้าไปทางหลอดเลือดแดงเพื่อควบคุมมะเร็ง ยาแพทย์แผนจีนสามารถปรับความสมดุลของร่างกาย ยกระดับภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีข้อดีคือ ไม่มีผลข้างเคียง ไม่มีบาดแผล เป็นต้น มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนในระยะสุดท้าย ส่วนผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนในระยะแรกที่ใช้การรักษาโดยการบูรณาการแพทย์แผนจีนกับแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ก็สามารถใช้ยาแพทย์แผนจีนมารักษาในระยะยาว เพื่อบรรลุผลการรักษาได้

การรักษามะเร็งตับอ่อน

การดูแลพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน

การดูแลทางด้านจิตใจ

1. สร้างความมั่นใจในการต่อสู้กับโรคให้แก่ผู้ป่วย ดำรงชีวิตแบบผู้ที่มองโลกในแง่ดี

2. เข้าร่วมกลุ่มฟื้นฟูร่างกาย เพื่อปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น

การดูแลทางด้านการดำรงชีวิต

1. ระวังเรื่องอาหารการกินให้มีความเหมาะสม

2. ในช่วงพักฟื้นควรใช้ยาแพทย์แผนจีนมาทำการรักษา และประกอบกับการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

3. ตรวจร่างกายตามกำหนด

สามารถได้รับการสนับสนุนด้านใดได้บ้าง

จากผลการปฏิบัติพิสูจน์ให้เห็นว่า การบริการของทีมแพทย์ซึ่งบูรณาการหลายแขนง เช่น แผนกผ่าตัดเนื้องอก แผนกอายุรกรรมเนื้องอก แผนกแพทย์แผนจีน แผนกพยาธิวิทยา แผนกภาพถ่ายทางการแพทย์ วิสัญญีแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาล เป็นต้น ช่วยกำหนดแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เหมาะสมที่สุด และประหยัดที่สุดให้แก่ผู้ป่วยได้ ช่วยปรับผลการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งให้ดียิ่งขึ้น

จากระบบทางการแพทย์ที่เน้นการบริการครบถ้วนในครั้งเดียว โดยการบูรณาการหลายแขนงของโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว บูรณาการการตรวจและการรักษาให้กับผู้ป่วย ด้านหนึ่งโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวเสนอการบริการด้านการแพทย์ที่ครบวงจรให้แก่ผู้ป่วย อีกด้านหนึ่งยกระดับประสิทธิภาพทางการแพทย์ให้สูงขึ้น โดยไม่เพิ่มภาระให้แก่ผู้ป่วย อีกทั้งช่องทางการติดต่อระหว่างแพทย์และผู้ป่วยมีหลายช่องทาง ได้แก่ ทางออนไลน์ ทางอีเมล์ ทางโทรศัพท์ หรือการพบปะกัน เพื่อขยายช่องทางการบริการให้คำปรึกษา ช่วยให้พวกเขาต้านมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ผู้ป่วยจะได้พบนั้นประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ และล่ามแปลภาษา เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการทุกระดับชั้นของผู้ป่วยจากประเทศที่แตกต่างกันให้เป็นที่พอใจ การพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยช่องทางเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการรักษากับทางโรงพยาบาลได้ดียิ่งขึ้น

มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งเต้านม
มะเร็งปอด
มะเร็งตับ
มะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งกระดูก
มะเร็งผิวหนัง
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งตับอ่อน
มะเร็งหลอดอาหาร
มะเร็งสมอง
มะเร็งช่องปาก
มะเร็งท่อน้ำดี
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
มะเร็งคอ
มะเร็งถุงน้ำดี
มะเร็งช่องคลอด
มะเร็งองคชาติ
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
มะเร็งโพรงจมูก
มะเร็งลำไส้เล็ก
มะเร็งไต
มะเร็งทวารหนัก
มะเร็งอัณฑะ
มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Multiple myeloma
มะเร็งต่อมหมวกไต
มะเร็งตา
โรคมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน
มะเร็งลิ้น
มะเร็งลำไส้
มะเร็งกระดูกสันหลัง
มะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งรังไข่
มะเร็งต่อมไทรอยด์
อาการโรคมะเร็ง การวินิจฉัยโรคมะเร็ง การรักษาโรคมะเร็ง
ผู้สื่อข่าวสำนักพิมพ์ไทยรัฐประเทศไทย เดินทางไปสัมภาษณ์โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวถึงเมืองกวางเจา และเห
โครงการ 2,000,000 บาท ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งของมูลนิธิบ่ออ้าย (ประเทศไทย)
งานมอบรางวัล “ผู้กล้าสู้มะเร็งประจำเดือนมีนาคม”
ผู้บริหารของโรงพยาบาลเราได้พบคุณห่าวซีซานสมาชิกสถาบันด้านวิศวกรรมแห่งประเทศจีน เพื่อเสาะหาความร่วมมือและการพัฒนา
กลุ่ม MDT ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีสุขภาพที่แข็งแรงและกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง
นำโรงพยาบาลเข้าสู่มาตรฐาน JCI ยกระดับให้โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจว
สุขไปกับชีวิตสายการแพทย์ เติมเต็มคุณค่าของชีวิต
การฝังแร่ไอโอดีน เสียงสวรรค์ของผู้ป่วยมะเร็ง --การประชุมใหญ่ด้านเทคโนโลยีการรักษามะเร็งด้วยการฝังแร่ไอโอดีนครั้งที่ 13 ณ ประเทศจีน