มะเร็งลูกอัณฑะจะเกิดขึ้นกับโครงสร้างลูกอัณฑะ เป็นการที่เนื้องอกร้ายของเซลล์ลูกอัณฑกลายเป็นมะเร็ง อาการของโรคนี้โดยหลักแล้วจะแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่คือ มะเร็งseminomaและไม่ใช่มะเร็งseminoma
สำหรับมะเร็งลูกอัณฑะนั้นพบเห็นได้น้อน ประมาณ2%ของเนื้องอกร้ายเพศชายทั้งหมด กลุ่มผู้ป่วยจะเป็นเพศชายที่อยู่ในช่วงอายุ20—40ปี แต่การรักษามะเร็งลูกอัณฑะนั้นมีความเด่นชัดมาก มีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ที่ได้ห้าปีถึง95%หรือมากกว่านั้น
1.การทานอาหาร การทานอาหารที่เป็นเพราะเลี้ยงด้วยฮอร์โมนหรือการเพาะเลี้ยงนั้นจะเป็นอันตรายมากที่สุด
2.ด้านนิสัย จากการสำรวจในผู้ป่วยพบว่าผู้ที่มีนิสัยไม่เปิดเผย หรือมีความเครียดและกดดันเป็นเวลานานจะเป็นโรคนี้ได้ง่าย
3.สภาพแวดล้อม อากาศที่เป็นพิษ การแผ่รังสีของเครื่องจักร(เช่นคอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า มือถือ)รวมไปถึงเสียงรกบวนต่างก็เป็นสาเหตุของการเกิดโรคทั้งสิ้น
4.พันธุกรรม จากการวิจัยพบว่า การเป็นโรคมะเร็งลูกอัณฑะนั้นมีความเกี่ยวข้องกับถ่ายทอดทางพันธุกรรม
1.เกิดความเจ็บปวดที่ลูกอัณฑะอย่างเฉียบพลัน
2.ไร้สรรมถนะของอสุจิ
3.มีความรู้สึกหนักที่ลูกอัณฑะ
4.ลูกอัณฑะบวม
5.ปวดท้องอย่างเฉียบพลัน
6.ลูกอัณฑะแข็ง
7.มีอาการเติบโตของหน้าอก
1.มะเร็งลูกอัณฑะจะทำให้อสุจิตาย ไร้อุสจิจนทำให้ไม่มีความสามารถในการตั้งครรภ์ได้ ยิ่งไปกว่านี้อาจจะทำให้มีนำแบคทีเรียที่อักเสบติดต่อให้กับภรรยาจนทำให้ภรรยากลายเป็นโรคแผนกนรีเวชขึ้นมาได้
2.มะเร็งลูกอัณฑะจะทำให้อสุจิ ไต กำลังกายถูกทำร้าย ปวดเอวปวดหลังและจะแก่เร็ว
3.มะเร็งลูกอัณฑะจะทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงหรือแม้กระทั่งสูญเสียสมรรถภาพทางเพศไปเลย
1.ตรวจสอบจากห้องทดลอง โดยหลักจะเป็นการตรวจสอบβ-HCG、AFPและLDHจากเซรั่มเลือด เพราะเซรั่มเลือดเหล่านี้มีความหมายที่สำคัญต่อการรักษา พิจารณาและป้องกันเนื้องอกอย่างมาก
2.ตรวจสอบจากการส่องกล้อง การตรวจสอบด้วยการอัลตร้าซาวด์ CT MRIบริเวณท้อง การส่องกล้องที่หลอดน้ำเหลือง การ radionuclide scanning รวมไปถึงการเอ็กซเรย์ที่บริเวณหน้าอกต่างก็สามารถทำให้ทราบได้ว่ามะเร็งนั้นมีขยายตัวหรือรุกรามหรือไม่
3.การตัดชิ้นเนื้อมาวิเคราะห์ เป็นวิธีการตรวจสอบว่ามะเร็งนั้นมีอยู่หรือไม่
1.การผ่าตัด เป็นการตัดส่วนนึงของต่อมอัณฑะจากบริเวณขาหนีบออกไป
2.เคมี ปกติแล้วจะใช้วิธีนี้หลังการผ่าตัด กล่าวคือเป็นการใช้ยาต่อต้านมระเร็งมาฆ่าเซลล์มะเร็งที่มีอยู่ในร่างกาย ถือเป็นวิธีการรักษาแบบเสริม
3.ฉายแสง เป็นการใช้รังสีพลังงานสูงมาฆ่าเซลล์มะเร็งจนทำให้เนื้องอกหดตัวลง ถือเป็นการรักษาที่ใช้เฉพาะส่วนเพราะจะมีผลกระทบต่อเซลล์มะเร็งบริเวณที่ได้รับการรักษาเท่านั้น
จากการศึกษาและวิจัยเป็นเวลาหลายปีพบว่า การรักษาแบบแพทย์แผนจีนของทางโรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวของจีนนั้นเป็นการเน้นที่การปรับสภาพความสมดุลย์ เพิ่มภูมิคุ้มกันมะเร็งของโรคมะเร็งลูกอัณฑะ โดยใช้การรักษามะเร็งลูกอัณฑะด้วยการทานยาหรือการฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือด ทำให้สามารถควบคุมการเติบโตของมะเร็งเนื้องอก เพิ่มภูมิคุ้มกันโรคมะเร็งลูกอัณฑะให้กับผู้ป่วย อีกทั้งยังสามารถลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษาแบบดั้งเดิมได้ นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลของเราได้นำเอาข้อดีของการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนและตะวันตกเข้ามารวมไปเพื่อให้ผลการรักษามีความโดดเด่นมากกว่าการรักษาแบบวิธีเดียว กลายเป็นการรวมมิตรรักษามะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความล้ำยุคอย่างมาก
1.ด้านอาหาร
หลังการผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็งลูกอัณฑควรที่จะรับประทานอาหารพลังงาน โปรตีนและวิตามินสูงในขนาดที่เหมาะสม อีกทั้งห้ามสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าและควรเลี่ยงจากอาหารที่มีความกระตุ้น
2.ด้านจิตใจ
ควรช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีความหนักแน่นและความเชื่อมั่นในการเอาชนะโรค เลี่ยงจากอารมณ์แง่ลบ ส่วนอีกด้านจะต้องเน้นการออกกำลังกายทางจิตใจ และคอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจะต้องคอยฟังการปลดทุกข์ของผู้ป่วยด้วย
3.ด้านการดำรงชีวิต
ควรที่จะรักษาความสะอาดผิวหนัง โดยจะต้องใช้น้ำอุ่นเช็ดตัวทุกวัน และจะต้องพลิกตัวประจำหรือคอยนวดมือ เท้าให้ผู้ป่วย
4.สภาพแวดล้อม
ควรรักษาความสะอาด ความสงบ และอากาศที่สะอาดของห้องนอน อีกทั้งจะต้องปรับอุณหภูมิและความชื้นให้มีความเหมาะสมอีกด้วย